5 วิธีการดูแลสุขภาพแมวหลังผ่าตัด

การดูแลแมวหลังผ่าตัด

การผ่าตัดแมว เกิดขึ้นจากหลายสาเหตุ  เช่น การทำหมัน การรักษาโรค  หรือ ผ่าตัดเนื่องจากประสบอุบัติเหตุต้องผ่าตัดใหญ่ เพื่อป้องกันการเกิดภาวะแทรกซ้อน ติดเชื้อ จึงต้องใส่ใจเรื่องความสะอาด  การสังเกตพฤติกรรมของแมวเช่น การเลียแผล กัดไหม การเล่นกับแมวตัวอื่นซึ่งอาจจะทำให้เกิดอุบัติเหตุหรือทำให้แผลแตก อักเสบและมีโรคตามมา เหล่านี้คือข้อปฏิบัติที่ต้องทำดูแลหลังผ่าตัดอย่างเคร่งครัด

การดูแลสุขภาพแมว หลังผ่าตัด

1. กักขังบริเวณ

เพื่อให้แมวได้พักฟื้นและช่วยให้ดูแลได้ง่ายขึ้น จึงควรควบคุมแมวให้อยู่ในพื้นที่จำกัด  อาจจะใช้ตะกร้า กล่องกระดาษ หรือ กรง วางทับด้วยผ้าสะอาดผิวนุ่ม  เพื่อให้แมวได้พักฟื้นและลดการเคลื่อนไหว  ห้ามรบกวนมากเกินไป เพราะอาจจะมีอาการดุร้ายได้

2. การสังเกตอาการ

ช่วงแรกของการผ่าตัดนั้น แมวอาจจะเดินตัวเอียง ยังทรงตัวไม่ได้  มักจะมีอาการซึม ควบคุมการขับถ่ายไม่ได้  เนื่องจากฤทธิ์ยา ต้องคอยระวังการปัสสาวะรดแผล ภายใน 3-4 ชั่วโมงหลังผ่าตัดก็จะดีขึ้น  แต่หากมีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น ตัวร้อน  หนาวสั่น  ซึม  ลิ้นจุก  น้ำลายไหล ไม่กินข้าว อาเจียน หรือ สำรอกอาหาร ฟื้นตัวช้ากว่าปกติ ควรจะรีบนำส่งสัตวแพทย์

3. ดูแลแผล

ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด  โดยเฉพาะการให้ยาตามเวลา ใช้สำลีชุบน้ำอุ่น หรือชุบเบตาดีน ทาเบาๆ บริเวณแผล เสร็จแล้วใช้ผ้าสะอาดชุบบริเวณแผลให้แห้ง ทั้งนี้ช่วงที่แผลใกล้แห้งนั้น แมวนั้นจะมีอาการคันแผลอาจจะเดินถูตามผนังทำให้แผลกลับมาอักเสบได้

4. ระวังแผลติดเชื้อ

แผลติดเชื้อเกิดขึ้นทั้งจากตัวแมวและจากปัจจัยอื่นๆ  แมวนั้นเป็นสัตว์ที่ชอบเลียแผล  การเลียแผลจะทำให้เกิดความชื้น บางตัวอาจจะกัดแทะไหมเย็บแผลขาด หรือแม้กระทั่งทำให้แผลเปิด ทำให้เกิดแผลติดเชื้อ จึงควรป้องกันตั้งแต่แรก  ด้วยการสวมเสื้อที่สะอาดให้แมว หรือใช้ปลอกคอพลาสติกป้องกันการเลียแผล

5. หากเป็นการผ่าตัดใหญ่

แผลข้างนอกอาจจะดูปิดสนิทแต่ข้างในอาจจะหายช้ากว่า  จึงยังไม่ควรให้แมวเล่นในที่ไม่ปลอดภัย หรือจับแมวแรงๆ หรือให้แมวเล่นกับแมวด้วยกัน หรือ กับสัตว์อื่น เพราะอาจจะกระทบแผลทำให้แผลอักเสบได้

สำหรับการผ่าตัดเพื่อทำหมัน อาจจะใช้เวลาเพียงแค่ 2-3  วัน แมวก็จะเริ่มฟื้นตัวแต่ก็เริ่มกลับมาซุกซนได้เหมือนเดิม  แต่หากเป็นการผ่าตัดอวัยวะจากการเกิดอุบัติเหตุหรือรักษาโรคนั้น อาจต้องใช้เวลาในการพักฟื้นและรักษานานกว่า จึงจำเป็นอย่างยิ่งต้องสังเกตอาการและดูแลอย่างใกล้ชิด  ป้องกันการเกิดการอักเสบของแผลและภาวะแทรกซ้อนต่างๆ  ที่อาจจะเป็นอันตรายถึงชีวิตของแมวได้

Back to Top