การดูแลแมวท้อง และสิ่งที่ควรระวัง

การดูแลแมวท้อง

แมวเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม และใช้เวลาตั้งท้องเพียง 63 วัน หรือ 9 สัปดาห์เท่านั้น ในการตั้งท้องแต่และคราวแมวจะมีลูกพร้อมกันหลายตัว ดังนั้น วิธีการดูแลแมวท้องเพื่อสุขภาพที่แข็งแรงของแม่แมวและพัฒนาการที่ดีของลูกแมวตั้งแต่อยู่ในท้องของแม่จนถึงหลังคลอด มีสิ่งที่ต้องดูแลและควรระวัง ดังนี้

ดูแลพัฒนาของแม่แมวและลูกแมวในท้อง

1 เดือนนับจากวันเริ่มผสมพันธุ์ ความเปลี่ยนแปลงของร่างกายและอาการที่เห็นได้ชัดเจน คือ แม่แมวจะกินและนอนบ่อยขึ้น บางตัวจะซุกซนน้อยลง ท้องจะเริ่มโตขึ้นเรื่อยๆ ราวนมและหัวนมจะตึงเป็นสีชมพู เมื่อแม่แมวนอนตะแคงหากใช้มือกดเบาๆ ก็จะสัมผัสได้ถึงก้อนเล็กๆที่ท้องได้ ทั้งนี้เพื่อความแน่ใจควรพบสัตวแพทย์เพื่อตรวจอายุครรภ์ อัลตราซาวด์ดูพัฒนาการ เช่น เต้นของหัวใจและอื่นๆ นอกจากนี้ยังทำให้ทราบจำนวนลูกแมวได้ด้วย

การดูแลในช่วงนี้เนื่องจากมีลูกแมวจำนวนมากและอายุครรภ์สั้น จึงควรเอาใจใส่เรื่องสุขภาพและอาหารการกินเป็นพิเศษ ควรเน้นอาหารพวกโปรตีน ออกกำลังกายได้ตามปกติ งดให้ยาบำรุงเพื่อป้องกันครรภ์เป็นพิษ จัดมุมที่เงียบสงบให้พักผ่อน

ดูแลก่อนคลอดและหลังคลอด

แม่แมวเมื่อท้องแก่จะเคลื่อนไหวช้าลงและมักจะมาคลอเคลียเจ้าของ เจ้าของควรช่วยลูบตามตัว ตามท้องเบาๆ ให้ผ่อนคลายได้ สถานที่เตรียมคลอดของแม่แมวนั้นต้องมีความเป็นส่วนตัว นั่นคือ ต้องมีความเงียบ ความอบอุ่น เพียบพร้อมด้วยน้ำและอาหารอยู่ข้างๆ อาจจะใช้ตะกร้าใบใหญ่ ปูทับด้วยผ้าสำหรับรองรับลูกแมวที่ถูกขับออกมาและใช้ผ้าคลุมด้านบนอีกที ช่วง 1 ชั่วโมงก่อนคลอดแม่แมวจะหายใจแรงและเร็วและสังเกตเห็นลูกๆ ดิ้นได้ชัดเจน บางตัวอาจจะส่งเสียงร้องเบาๆ

ลูกแมวแต่ละตัวจะถูกขับช่วงหัวและขาหน้าแนวลำตัวออกมาก่อน แต่บางตัวอาจจะถูกขับส่วนท้ายออกมาก็ไม่ผิดปกติแต่อย่างใด การปฐมพยาบาลลูกแมวหลังคลอดทำได้โดยใช้ลูกยางแดงเล็กๆ ดูดน้ำคร่ำตามจมูกและปากออกให้หมด ใช้สำลีชุบน้ำอุ่น เช็ดตามใบหน้าและตามตัว หากจะอาบน้ำต้องระวังอย่าให้น้ำเข้าตาและจมูก ลูกแมวนั้นมักจะหนาวง่ายให้ใช้ผ้าเช็ดตามตัวให้แห้ง ใช้ไดร์เป่าช่วยก็จะดี หลังจากนั้นเราช่วยแม่แมวด้วยการนำลูกๆมาวางใกล้ๆแม่เพื่อรับไออุ่นและดูดนมได้ หลังจากนั้นควรปล่อยให้แม่แมวดูแลลูกๆเอง หากถูกรบกวนอาจจะคาบลูกหนีไปได้

การดูแลแมวท้องมีข้อควรระวัง คือ หากแม่แมวหมดแรงเบ่ง หรืออ่อนเพลียมาก หรือลูกแมวออกมาไม่ครบ ควรรีบนำส่งสัตวแพทย์เพื่อป้องกันแม่แมวและลูกเสียชีวิต

Back to Top